แนวทางการใช้ตำรับอาหาร

1. กำหนดนโยบาย แผนปฏิบัติราชการ หลักเกณฑ์และแนวทางในการให้การส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาโครงการอาหารกลางวัน

2. จัดสรรเงินช่วยเหลือหรือทรัพย์สินอื่นให้แก่โรงเรียนประถมศึกษา โดยคำนึงถึงลำดับความจำเป็น แห่งภาวะทุพโภชนาการของเด็กนักเรียนและการขาดแคลนอาหารกลางวันในแต่ละโรงเรียน

3. ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ และภาคเอกชนเพื่อดำเนินการให้บรรลุผลวัตถุประสงค์ ของโครงการอาหารกลางวัน

4. ดำเนินการทางด้านประชาสัมพันธ์ให้ราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น บรรดา โรงเรียนต่างๆและผู้ปกครองของนักเรียนตลอดจนบุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของกองทุน และปัญหาภาวะทุพโภชนาการของเด็ก

5. จัดทำระบบติดตามผล และประเมินผลการดำเนินการโครงการอาหารกลางวัน

6. พัฒนาระบบสารสนเทศและการรายงานข้อมูลภาวะโภชนาการ

7. อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนเป็นเอกสารคู่มือในการประกอบอาหารกลางวัน ให้นักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการและเหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้การใช้ตำรับอาหารในโรงเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพคือผู้บริหารสถานศึกษา และครู โดยใช้ตำรับอาหารเป็นสื่อการเรียนรู้และเป็นคู่มือในการปฏิบัติงาน เพื่อให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีมีความรู้ นอกจากนั้นยังมีบุคลากรที่เกี่ยวข้อง การดำเนินเกี่ยวกับการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนในโรงเรียนดังนี้

ผู้บริหารสถานศึกษา

มีบทบาทดังนี้

1. ศึกษาตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนและตัวชี้วัดการใช้ตำรับอาหาร

2. กำหนดเป็นนโยบายของสถานศึกษา

3. วางแผนการดำเนินงานโดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง

4. ระดมทรัพยากร สนับสนุนการดำเนินงาน เช่นงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ จัดทำเอกสารเพิ่มเติม เป็นต้น

5. นิเทศ กำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องต่อเนื่อง

6. นำผลการประเมินไปพัฒนางาน

ครูผู้สอน

มีบทบาทดังนี้

1. ศึกษาตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนและตัวชี้วัด (ตามเอกสารประกอบในภาคผนวก)

2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตำรับอาหารกับมาตรฐานการเรียนรู้

3. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระที่รับผิดชอบ จัดทำและจัดหาสื่อจากเนื้อหาในตำรับอาหาร กำหนดวิธีการ เครื่องมือการวัดและประเมินผล ที่สอดคล้องกับ ตัวชี้วัด และมาตรฐานการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระ หรืออาจมีการจัดทำหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ

4. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิด วิเคราะห์เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร ที่มีคุณค่าและปลอดภัย

5. จัดกิจกรรมให้นักเรียนฝึกการประกอบอาหารจากตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน

6. ให้ความร่วมมือกับฝ่ายบริหาร ครูโภชนาการ ผู้ปกครองในการดูแลนักเรียนด้านการบริโภค

7. ประเมินผลการทำงานตามตัวชี้วัดการใช้ตำรับอาหารสำหรับวัยเรียน

8. ประเมินผลนักเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และเกณฑ์อ้างอิงน้ำหนัก ส่วนสูง และ เครื่องชี้วัดภาวะโภชนาการ ของประชาชนไทย อายุ 1 วันถึง 19 ปีของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

9. การจัดทำข้อมูล สารสนเทศที่เกี่ยวข้อง

10. การนำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

11. ร่วมมือกับครูอื่นๆ ที่ทำกิจกรรมจากตำรับอาหารฯ

ครูโภชนาการ

มีบทบาทดังนี้

1. ศึกษาตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนและตัวชี้วัด (ตามเอกสารประกอบในภาคผนวก)

2. จัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรมและปฏิทินปฏิบัติงาน

3. ร่วมกับนักเรียนในการจัดทำรายการอาหารจากตำรับอาหาร

4. รณรงค์ให้นักเรียนรับประทานอาหารที่ปรุงจากตำรับอาหาร

5. ดูแลนักเรียนที่มีปัญหาภาวะทุพโภชนาการ

6. ดูแลงานสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน

7. ร่วมมือกับครูอื่นๆ ที่ทำกิจกรรมจากตำรับอาหาร

ผู้ปกครอง

มีบทบาทดังนี้

1. ติดตามข่าวสารด้านโภชนาการจากตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนจากโรงเรียน

2. สนับสนุนการประกอบอาหารจากตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน

3. ร่วมเป็นครูประชาอาสา ช่วยปรุงอาหาร จัดเก็บ จัดกระทำข้อมูลและการสอดส่อง ดูแลนักเรียนด้านการบริโภคอาหาร

4. สนับสนุนให้นักเรียนนำรายการอาหารจากตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนไปปรุงที่บ้าน

คณะกรรมการสถานศึกษา

มีบทบาทดังนี้

1. ให้ความเห็นชอบแผนงาน โครงการของโรงเรียน

2. สนับสนุนด้านงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์

3. ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์

นักเรียน

มีบทบาทดังนี้

1. เลือกบริโภคอาหารที่มีคุณค่า สะอาด ปลอดภัย

2. เอาใจใส่ เรียนรู้เกี่ยวกับอาหารและโภชนาการจากตำรับอาหาร

3. จัดรายการอาหารกลางวันจากตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน

4. ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติการบริโภคอาหารของคนไทย 9 ข้อของกรมอนามัย

5. ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร

6. ประเมินผลตนเองด้านการบริโภค

นอกจากการที่บุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำตำรับอาหาร สำหรับเด็กวัยเรียนไปใช้ในสถานศึกษาจะปฏิบัติตามบทบาทที่กล่าวข่างต้นแล้ว สถานศึกษาสามารถนำตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนไปประยุกต์ใช้ในโอกาสต่าง ๆ ได้ เช่น

1. เป็นคู่มือสำหรับประกอบอาหารกลางวันของโรงเรียน

. ใช้เป็นสื่อประกอบการจัดการเรียนรู้

3. ใช้เป็นหนังสืออ้างอิง ค้นคว้าของห้องสมุด

4. ใช้เป็นเอกสารประกอบการจัดรายการอาหารในการจัดกิจกรรมของครูและนักเรียน เช่น การเข้าค่ายการเรียนรู้ การปรุงและจำหน่ายอาหาร

5. ให้นักเรียนเลือกรายการอาหารจากตำรับอาหารไปประกอบที่บ้าน

6. กำหนดให้ร้านค้าในโรงเรียนประกอบอาหารจากตำรับอาหาร

การประเมินผลการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน

มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบผลสำเร็จของการนำตำรับอาหารไปใช้ในโรงเรียน ผลการประเมินจะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพ การทำงาน รวมทั้งกระตุ้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้มีการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ การประเมินผล การใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนในสถานศึกษา ควรกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะ มีการกำหนดให้ชัดเจนว่าจะประเมินสิ่งใด เมื่อไร ด้วยวิธีการใด ใช้เครื่องมืออะไรในการประเมินบ้าง เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนตรงตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายที่กำหนดไว้ การประเมินผลการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนในสถานศึกษา อาจดำเนินการได้ดังนี้

1. กำหนดระยะเวลาการประเมิน กำหนดวิธีการ สร้างเครื่องมือสำหรับประเมินตามตัวชี้วัด

2. ผู้รับผิดชอบประเมินตนเองตามตัวชี้วัดที่รับผิดชอบ

3. คณะกรรมการระดับสถานศึกษาประเมินผลการใช้ตำรับอาหารตามตัวชี้วัด

4. สรุปและรายงานผลการประเมินให้ผู้เกี่ยวข้องใช้ในการพัฒนางานต่อไป

เครื่องมือประเมินผลการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน

เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน ได้แก่ ตัวชี้วัดการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน 10 ตัวชี้วัด ดังนี้

ด้านการบริหารจัดการ

ประกอบด้วย 4 ตัวชี้วัด คือ

(1) มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ

(2) การปฏิบัติตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม อย่างต่อเนื่อง โดยทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

(3) มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

(4) มีการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน

ด้านการจัดการเรียนรู้

ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด คือ

(1) มีการวางแผนนำตำรับอาหารสู่การเรียนรู้

(2) มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติที่ดี ต่อการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย

(3) มีการวัดและประเมินผลพร้อมทั้ง มีการนำผลการประเมินไปใช้

ด้านผู้เรียน

ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด คือ

(1) ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในการเลือก รับประทานอาหารที่มีคุณค่า ถูกหลักโภชนาการและปลอดภัย

(2) ผู้เรียนปฏิบัติตามข้อปฏิบัติ การบริโภคอาหารสำหรับคนไทย 9 ข้อ

(3) ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเลือก รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

การรายงานผลการใช้ตำรับอาหาร

การรายงานผลการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนแต่ละสถานศึกษา สามารถกำหนดหัวข้อประกอบการเขียนรายงานให้เหมาะ กับสภาพของแต่ละสถานศึกษา ซึ่งในที่นี้เสนอรูปแบบเพื่อให้นำไปประยุกต์ใช้ใน 2 รูปแบบดังนี้

รูปแบบที่ 1

เขียนเป็นรายงานการประเมินอย่างง่าย ๆ ประมาณ 1-2 หน้า โดยไม่สนใจรูปแบบที่เป็นทางการมากนัก ซึ่งอาจมีสาระประกอบด้วย

1. ความนำวัตถุประสงค์

2. วิธีการนำตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนไปประยุกต์ใช้

3. ผลการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน 5 ภูมิภาคและข้อเสนอแนะ

รูปแบบที่ 2

เขียนเป็นรายงานการประเมินตามรูปแบบของการวิจัย 5 บท ซึ่งสถานศึกษาอาจจะยึดรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งต่อเนื่องตลอดเล่ม ประกอบด้วย

1. บทที่ 1 บทนำ

2. บทที่ 2 วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง

3. บทที่ 3 วิธีการนำตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียนไปประยุกต์ใช้

4. บทที่ 4 ผลการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน 5 ภูมิภาค

5. บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

6. ภาคผนวก

เพิ่มกำหนดระยะเวลาการรายงาน

ตัวชี้วัดการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน สำนักงานโครงการอาหารกลางวัน กระทรวงศึกษาธิการ

คำชี้แจง

ตัวชี้วัดการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่

1. ด้านการบริหารการจัดการ ประกอบด้วย 4 ตัวชี้วัด

2. ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด

3. ด้านผู้เรียน ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด

คำชี้แจง

ตัวชี้วัดการใช้ตำรับอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่

1. ด้านการบริหารการจัดการ ประกอบด้วย 4 ตัวชี้วัด

2. ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด 3

. ด้านผู้เรียน ประกอบด้วย 3 ตัวชี้วัด

ก. ด้านการบริหารจัดการ

ตัวชี้วัดที่ 1 มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ
เกณฑ์การพิจารณา

1. การสร้างความเข้าใจให้บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคู่มือ ตำรับอาหาร (เช่น ประชุมชี้แจง ทำเอกสารเผยแพร่ ฯลฯ)

2. มีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมในการดำเนินงานชัดเจน

3. มีคำสั่งมอบหมายงานผู้รับผิดชอบในแต่ละแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมในการใช้ตำรับอาหาร เพื่อดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันอย่างชัดเจน

4. มีการกำหนดบทบาทของผู้เกี่ยวข้องชัดเจน

5. การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการวางแผน

6. จัดทำปฏิทินปฏิบัติงานการใช้ตำรับอาหารในการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันอย่างชัดเจน

7. จัดทำปฏิทินปฏิบัติงานการใช้ตำรับอาหารในการจัดการเรียนรู้อย่างชัดเจน

เกณฑ์การตัดสินระดับตัวชี้วัด

ปฏิบัติ 6-7 ข้อ : คุณภาพระดับดี

ปฏิบัติ 4-5 ข้อ : คุณภาพระดับพอใช้

ปฏิบัติน้อยกว่า : คุณภาพระดับควรปรับปรุง

ตัวชี้วัดที่ 2 การปฏิบัติตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

เกณฑ์การพิจารณา

2.1 การปฏิบัติตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมที่กำหนด มีเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้

ปฏิบัติตามกิจกรรมที่กำหนดทุกกิจกรรม 3 คะแนน

ปฏิบัติตามกิจกรรมที่กำหนดบางกิจกรรม 2 คะแนน

ไม่ปฏิบัติกิจกรรม 1 คะแนน

2.2 ปฏิบัติกิจกรรมตามระยะเวลาที่กำหนด มีเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้

ปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง 3 คะแนน

ปฏิบัติแต่ไม่ต่อเนื่อง 2 คะแนน

ไม่ปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนด 1 คะแนน

2.3 การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง (ครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษา หน่วยงานอื่น)

มีเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้

มีผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่ายขึ้นไป มีส่วนร่วม 3 คะแนน

มีผู้เกี่ยวข้อง 2 ฝ่าย มีส่วนร่วม 2 คะแนน

มีผู้รับผิดชอบดำเนินการเพียงผู้เดียว 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสินระดับตัวชี้วัด

คะแนน 7-9 คะแนน : คุณภาพระดับดี

คะแนน 4-6 คะแนน : คุณภาพระดับพอใช้

คะแนนน้อยกว่า 4 คะแนน : คุณภาพระดับควรปรับปรุง

ตัวชี้วัดที่ 3 มีการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

เกณฑ์การพิจารณา

มีการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

เกณฑ์การตัดสินระดับตัวชี้วัด

มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง : คุณภาพระดับดี

มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลแต่ไม่ต่อเนื่อง : คุณภาพระดับพอใช้

ไม่มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผล : คุณภาพระดับควรปรับปรุง

ตัวชี้วัดที่ 4 มีการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน
เกณฑ์การพิจารณา

มีการนำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนางาน

เกณฑ์การตัดสินระดับตัวชี้วัด

มีการนำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนา โดยมีแนวทางและวิธีการที่ชัดเจน : คุณภาพระดับดี

มีการนำผลการประเมินมาใช้แต่ไม่มีการกำหนด แนวทางหรือวิธีการที่ชัดเจน : คุณภาพระดับพอใช้

ไม่มีการนำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนา : คุณภาพระดับควรปรับปรุง

ข. ด้านกระบวนการการจัดการเรียนรู้

ตัวชี้วัดที่ 5 มีการวางแผนการนำตำรับอาหารสู่การเรียนรู้
เกณฑ์การพิจารณา

1. มีการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหาตำรับอาหารกับมาตรฐาน และสาระการเรียนรู้

2. มีการเชื่อมโยงเนื้อหาตำรับอาหารกับสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ

3. มีการบูรณาการเนื้อหาตำรับอาหารในหน่วยการเรียนรู้

4. มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับตำรับอาหาร

เกณฑ์การตัดสินระดับตัวชี้วัด

ปฏิบัติ 3-4 ข้อ : คุณภาพระดับดี

ปฏิบัติ 2 ข้อ : คุณภาพระดับพอใช้

ปฏิบัติน้อยกว่า 2 ข้อ : คุณภาพระดับควรปรับปรุง

ตัวชี้วัดที่ 6 มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการบริโภคอาหารที่มีคุณค่า และปลอดภัย
เกณฑ์การพิจารณา

1. มีกิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย

2. มีกิจกรรมส่งเสริมการคิด วิเคราะห์เกี่ยวกับการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย

3. มีกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติการประกอบอาหาร

4. มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมเจตคติที่ดีเรื่องการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย

เกณฑ์การตัดสินระดับตัวชี้วัด

ปฏิบัติ 3-4 ข้อ : คุณภาพระดับดี

ปฏิบัติ 2 ข้อ : คุณภาพระดับพอใช้

ปฏิบัติน้อยกว่า 2 ข้อ : คุณภาพระดับควรปรับปรุง

ตัวชี้วัดที่ 7 มีการวัดและประเมินผลพร้อมทั้งมีการนำผลการประเมินไปใช้

เกณฑ์การพิจารณา

1. มีการวัดและประเมินผลด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติ

2. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวัดและประเมินผล

3. มีการติดตามผลการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

4. มีการนำผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนางาน

เกณฑ์การตัดสินระดับตัวชี้วัด

ปฏิบัติ 3-4 ข้อ : คุณภาพระดับดี

ปฏิบัติ 2 ข้อ : คุณภาพระดับพอใช้

ปฏิบัติน้อยกว่า 2 ข้อ : คุณภาพระดับควรปรับปรุง

ค. ด้านผู้เรียน

ตัวชี้วัดที่ 8 ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าถูกหลักโภชนาการ
เกณฑ์การพิจารณา

1. มีความรู้ความเข้าใจ

2. สามารถบอกคุณค่าของอาหารที่เลือกรับประทานได้

เกณฑ์การตัดสินระดับตัวชี้วัด

ผู้เรียนร้อยละ 75 ขึ้นไป มีความรู้ความเข้าใจและบอกคุณค่าอาหารได้ : คุณภาพระดับดี

ผู้เรียนร้อยละ 50-74 มีความรู้ความเข้าใจและบอกคุณค่าอาหารได้ : คุณภาพระดับพอใช้

ผู้เรียนน้อยกว่าร้อยละ 50 มีความรู้ความเข้าใจและบอกคุณค่าอาหารได้ : คุณภาพระดับควรปรับปรุง

ตัวชี้วัดที่ 9 ผู้เรียนปฏิบัติตามข้อปฏิบัติการบริโภคอาหารสำหรับคนไทย 9 ข้อ ของกรมอนามัยดังนี้

1. กินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลายและหมั่นดูแลน้ำหนักตัว

2. กินข้าวเป็นหลัก สลับด้วยอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ

3. กินพืชผักให้มาก และกินผลไม้เป็นประจำ

4. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ถั่วเม็ดแห้งเป็นประจำ

5. ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย

6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร

7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัดและเค็มจัด

8. กินอาหารที่สะอาด ปราศจากการปนเปื้อน

9. งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

เกณฑ์การพิจารณา

ผู้เรียนปฏิบัติได้ 7-9 ข้อ : ปฏิบัติได้ในระดับดี

ผู้เรียนปฏิบัติได้ 4-6 ข้อ : ปฏิบัติได้ในระดับพอใช้

ผู้ปฏิบัติได้ 6 ข้อ : ปฏิบัติได้ในระดับควรปรับปรุง

เกณฑ์การตัดสินระดับตัวชี้วัด

ผู้เรียนร้อยละ 75 ขึ้นไป ปฏิบัติได้ดี : คุณภาพระดับดี

ผู้เรียนร้อยละ 50-74 ปฏิบัติได้ดี : คุณภาพระดับพอใช้

ผู้เรียนน้อยกว่าร้อยละ 50 ปฏิบัติได้ดี : คุณภาพระดับควรปรับปรุง

ตัวชี้วัดที่ 10 ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ใช้แบบวัดเจตคติที่กำหนดจำนวน 10 ข้อ (10 คะแนน)
เกณฑ์การพิจารณา

ผู้เรียนปฏิบัติได้ 7-9 ข้อ : ปฏิบัติได้ในระดับดี

ผู้เรียนปฏิบัติได้ 4-6 ข้อ : ปฏิบัติได้ในระดับพอใช้

ผู้ปฏิบัติได้ 6 ข้อ : ปฏิบัติได้ในระดับควรปรับปรุง

เกณฑ์การตัดสินระดับตัวชี้วัด

คะแนน 8-10 คะแนน มีเจตคติ : คุณภาพระดับดี

คะแนน 5-7 คะแนน มีเจตคติ : คุณภาพระดับพอใช้

คะแนนน้อยกว่า 5 คะแนน มีเจตคติ : คุณภาพระดับควรปรับปรุง