ประวัติความเป็นมา

ครงการอาหารกลางวัน เป็นโครงการที่เกิดจากความตระหนักของรัฐบาล ที่มุ่งแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็ก ซึ่งพบว่านักเรียนประถมศึกษา จำนวนมากขาดแคลนอาหารกลางวันหรือมีอาหารกลางวันแต่ปริมาณไม่เพียงพอ หรืออาหารมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ทำให้ภาวะการจริญเติบโต ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข

โครงการอาหารกลางวันเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2495 กระทรวงศึกษาธิการได้ทดลองจัดอาหารกลางวันแก่นักเรียนในสังกัด ซึ่งพบว่า โรงเรียนขาดงบประมาณในการดำเนินงาน ทำให้ไม่สามารถ จัดอาหารกลางวันให้นักเรียนขาดแคลนได้อย่างทั่วถึง

ในปี พ.ศ. 2530 สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญของโครงการอาหารกลางวัน จึงกำหนดนโยบาย ให้โรงเรียนดำเนินโครงการอาหารกลางวันทุกโรงเรียน ก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2530 ภายใต้คำขวัญ 60 พรรษามหาราชา เด็กประถมศึกษาไม่หิวโหย

ต่อมา ในช่วงปลายปีงบประมาณ 2534 รัฐบาลเร่งรัดช่วยเหลือเด็ก ในระดับประถมศึกษาที่มีภาวะทุพโภชนาการ และขาดแคลนอาหารกลางวัน กำหนดให้มีกฎหมาย พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวัน ในโรงเรียนประถมศึกษา พ.ศ.2535

ตสาระสำคัญคือ จัดตั้งกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา วงเงิน 6,000 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่าย สำหรับการสนับสนุนและช่วยเหลือภาวะโภชนาการของนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา และการประชาสัมพันธ์ปัญหาภาวะทุพโภชนาการของเด็ก

ในปี พ.ศ. 2542 รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาหาร ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ที่โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการแต่ลำพังได้ ส่งผลกระทบต่อนักเรียนขาดแคลน อีกจำนวนหนึ่งยังไม่ได้รับประทานอาหารกลางวัน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2542 ให้ถือว่าการส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนได้รับประทาน อาหารกลางวันอิ่มทุกวันเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเห็นชอบไห้มีความร่วมมือ ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนทุกคนได้รับประทานอาหารอิ่มทุกวัน ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และทุกกระทรวง ทบวง กรม ให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการ

ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2544 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ถ่ายโอนงบประมาณค่าอาหารกลางวัน ไปให้กระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดตั้ง และจัดสรรงบประมาณเอง มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2546 จนถึงปัจจุบัน

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาร่างกายของนักเรียนให้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และมีน้ำหนักส่วนสูงเป็นไปตามเกณฑ์อ้างอิง เพื่อประเมินภาวะการจริญเติบโต ของนักเรียนของกรมอนามัย กระทรวงศึกษาธิการ

2. เพื่อให้โรงเรียนบริหารจัดการให้เด็กทุกคนในโรงเรียนได้รับประทานอาหารกลางวัน โดยบูรณาการกับผลผลิตทางการเกษตรเพื่อโครงการอาหารกลางวัน

3. เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในโครงการสร้างผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน

4. เพื่อจัดอาหารกลางวันที่มีทั้งปริมาณ และคุณค่าทางโภชนาการสูง

การดำเนินงาน และงบประมาณโครงการอาหารกลางวัน

(1) งบประมาณ

การดำเนินงานตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันฯ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณค่าอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา และระดับประถมศึกษา ตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปัจจุบัน ดังนี้

หมายเหตุ

ปี 2546-2551 ข้อมูลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา และระดับประถมศึกษา - ปี 2542 จัดสรรคนละ 6 บาท 200 วัน ร้อยละ 30 ของนักเรียนระดับอนุบาล 1 - ป.6 - ปี 2549 จัดสรรคนละ 10 บาท 200 วัน ร้อยละ 40 ของนักเรียนระดับอนุบาล 1 - ป.6 - ปี 2550 จัดสรรคนละ 10 บาท 200 วัน ร้อยละ 50 ของนักเรียนระดับอนุบาล 1 - ป.6 - ปี 2551 จัดสรรคนละ 10 บาท 200 วัน ร้อยละ 60 ของนักเรียนระดับอนุบาล 1 - ป.6

(2) กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา

คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา ได้เห็นชอบให้นำเงินกองทุนฯ จำนวน 6,000 ล้านบาท ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลช่วยชาติ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.10 บาทต่อปี และนำเงินดอกผลที่สะสมประมาณ 2,000 ล้านบาท นำฝากกับสถาบันการเงินที่ให้ดอกเบี้ยสูงๆ ทำให้ได้ดอกเบี้ยในแต่ละปีกว่า 400 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยเหลือการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน

1. ค่าอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนขาดแคลนอาหารกลางวันในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนใน พ.ศ 2547 - 2549 จัดสรรให้นักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 12,965 คน โดยใช้เงินดอกผลกองทุนฯ ปีละประมาณ 27 ล้านบาท

2. ค่าอาหารมื้อเช้ามื้อเย็นสำหรับนักเรียนพักนอนในโรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 1,678 คน ใช้เงินดอกผลกองทุนฯ ปีละประมาณ 6.7 ล้านบาท

3. ค่าอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนในโรงเรียนที่ประสบอุบัติภัย ภาคเหนือ และภาคกลาง เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 มีโรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณจำนวน 462 โรงเรียนเป็นเงินประมาณ 27.7 ล้านบาท

5. การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืน เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 - 2550 กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำเนินโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืน โดยให้วิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยีจำนวน 46 แห่ง เป็นพี่เลี้ยงดูแลโรงเรียนดูแลโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 1,200 โรงเรียน โดยใช้เงินดอกผลกองทุน รวมจำนวน 37.30 ล้านบาท ได้ดำเนินการดังนี้

1) ให้การสนับสนุนทางด้านวิชาการ โดยการจัดอบรมความรู้ 2) สนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ เพื่อนำไปผลิตในโรงเรียน 3) สนับสนุนวัตถุดิบให้โรงเรียนเพื่อประกอบอาหารให้เด็กนักเรียน

(3) ผลการดำเนินงาน

3.1 ผลการดำเนินงานด้านภาวะโภชนาการ

โครงการอาหารกลางวันได้รับการดูแลจากรัฐบาลด้วยดีเรื่อยมา ส่งผลให้ภาวะทุพโภชนาการของนักเรียนมีแนวโน้มลดลง ดังนี้

พ.ศ. 2525 โรคขาดสารอาหารในเด็กร้อยละ 51 พ.ศ. 2533 ภาวะทุพโภชนาการลดลงเหลือร้อยละ 19 พ.ศ. 2535 ภาวะทุพโภชนาการลดลงเหลือร้อยละ 18 พ.ศ. 2541 ภาวะทุพโภชนาการลดลงเหลือร้อยละ 12.10 พ.ศ. 2542 ภาวะทุพโภชนาการลดลงเหลือร้อยละ 11.57 พ.ศ. 2543 ภาวะทุพโภชนาการลดลงเหลือร้อยละ 11.50 พ.ศ. 2546 ภาวะทุพโภชนาการลดลงเหลือร้อยละ 9.97 พ.ศ. 2547 ภาวะทุพโภชนาการลดลงเหลือร้อยละ 9.56 พ.ศ. 2548 ภาวะทุพโภชนาการลดลงเหลือร้อยละ 8.42 พ.ศ. 2549 ภาวะทุพโภชนาการลดลงเหลือร้อยละ 7.33

3.2 ผลการดำเนินงานด้านคุณภาพอาหาร

ผลการวิจัยติดตามผลการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน ปีการศึกษา 2549 จากการเก็บข้อมูลคุณภาพอาหารจากถาดอาหารที่โรงเรียนตักบริการแก่นักเรียน ตามช่วงชั้นๆ ละ 3 ถาด ใน 5 สังกัด ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักบริหารงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวนทั้งสิ้น 126 โรงเรียน

เมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ยปริมาณคุณค่าที่โรงเรียนจัดบริการให้นักเรียน พบว่าความพอเพียงของอาหาร เมื่อเปรียบเทียบกับพลังงานเป้าหมายด้วยเกณฑ์ร้อยละ 40 ของปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวัน (กรมอนามัย 2546) ซึ่งกำหนดร้อยละ 100 ของเป้าหมายแนะนำหาก ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของเป้าหมาย จัดว่าควรปรับปรุง

(4) ปัญหาอุปสรรคการดำเนินงาน

4.1 งบประมาณถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล และบริหารจัดการมีผลกระทบต่อกิจกรรมการประกอบอาหาร และการดำเนินงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน 4.2 โรงเรียนขาดกำลังคน ไม่เพียงพอที่จะดูแลการจัดอาหารกลางวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.3 ขาดการบริหารจัดการที่ดีในการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน 4.4 โรงเรียนขาดองค์ความรู้ในการจัดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และถูกหลักโภชนาการ 4.5 โรงเรียนจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ ยังไม่เป็นระบบ และไม่เป็นปัจจุบัน 4.6 ไม่มีการนิเทศติดตาม และประเมินผลอ่างเป็นระบบ 4.7 ไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ และตระหนักถึงปัญหาภาวะทุพโภชนาการ ทำให้ขาดการมีส่วนร่วมทั้งจากผู้ปกครองหรือชุมชน

(5) แนวทางการดำเนินงาน

1. การแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในด้านโครงสร้างการบริหารจัดการ และการดูแลภาวะโภชนาการให้ครอบคลุมเด็กวัยการศึกษาภาคบังคับ 2. การดำเนินงานเพื่อดูแลช่วยเหลือภาวะโภชนาการของนักเรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา 3. พัฒนารูปแบบ และขยายเครือข่ายการดำเนินโครงการเงินทุนหมุนเวียนส่งเสริมผลผลิตเพื่อโครงการอาหารกลางวัน ระดับเขตพื้นที่การศึกษาละ 2 แห่ง 4. ขยายผลการดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืน โดยให้มีโรงเรียนต้นแบบ 200 โรงเรียน 5. การประชาสัมพันธ์การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวัน และการระดมทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวัน 6. พัฒนาครูผู้บริหาร และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพอาหารกลางวันด้วยมาตรฐาน และโปรแกรมการจัดอาหารหมุนเวียน 7. พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ และระบบติดตามประเมินผลการดำเนินงานเพื่อพัฒนาโครงการอาหารกลางวัน และภาวะโภชนาการของนักเรียน

เอกสารเพิ่มเติม

พรบ.กองทุนฯ
ระเบียบคณะกรรมการบริหาร กองทุุุนฯ